บริจาค

เรื่องเล่าจากพื้นที่

ฮาวทูจัดถาดหลุมสำหรับเด็กอ้วน ผอม

FOOD FOR GOOD ลงพื้นที่โรงเรียนต่าง ๆ ก็พบกับเด็กอ้วนหรือผอม ซึ่งอยู่ในข่ายของทุพโภชนาการ และเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย นอกเหนือจากปัญหางบประมาณที่ยังไม่ทั่วถึงทุกโรงเรียน ทั้งพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหวร่างกาย ความรู้โภชนาการอาหารสำหรับเด็ก

เราจึงอยากแบ่งปันความรู้วิธีการจัดถาดหลุมและปรับพฤติกรรมเด็ก ๆ เพื่อให้คุณครูหรือผู้ปกครองได้นำไปปรับใช้เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารครบถ้วน มีโภชนาการที่ดีขึ้น และมีพัฒนาการเติบโตอย่างสมวัย


‘ลดหวาน-ลดมัน-ไม่เค็ม’ กฎ 3 รสสำหรับเด็กอ้วน
เมื่อเราพูดว่าต้องจัดอาหารให้เด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หลายคนอาจจะคิดว่า ‘การลดอาหาร’ หรือ ‘การไดเอต’ คือคำตอบแรก เพราะถ้ากินน้อยก็ช่วยควบคุมน้ำหนักได้  ในความเป็นจริงแล้ว นักโภชนาการแนะนำว่า ‘จานแรก’ หรือ ‘ถาดแรก’ ในแต่ละมื้อ เด็กควรได้รับสารอาหารตามมาตรฐาน เช่น เด็กวัยประถม ควรได้ข้าวแป้ง 1 ทัพพีครึ่ง เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ ผัก 1 ช้อนโต๊ะ ผลไม้ 1 ส่วน เพราะเด็กมีการเจริญเติบโตอยู่แล้ว การงดอาหารจึงเป็นการบดบังการเจริญเติบโตของเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเด็กอ้วนหรือผอมก็ควรได้รับสารอาหารตามวัยในปริมาณที่เหมาะสม
.
แต่ถ้าหากเด็ก ๆ ที่มีน้ำหนักเกิน กินชุดแรกหมดแล้ว อยากขอเติมอีก ตรงนี้เป็นส่วนที่คุณครูหรือผู้ปกครองจะต้องจัดสรรให้ดี โดยมีกฎ 3 ลดที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ ลดหวาน ลดมัน และไม่เค็ม  ความหวาน อย่างเช่น ของหวาน เป็นอาหารที่นักโภชนาการเรียกว่า empthy calories คืออาหารที่ให้พลังงานแต่ไม่ให้สารอาหาร จึงควรหลีกเลี่ยงการให้ของหวานเพิ่ม และถ้าหากมื้อนั้นมีอาหารมัน เช่น ของทอด หรือแกงกะทิ อาจจะให้ในปริมาณน้อยกว่าปกติ และปรุงรสชาติให้อร่อยแต่รสไม่เค็มจัด
ลดขนมขบเคี้ยว ปรับพฤติกรรมให้เด็กผอมได้สารอาหารครบถ้วน
ก่อนจัดอาหารให้เด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อาจจะต้องเริ่มจากหาสาเหตุที่ทำให้เด็กผอมก่อน โดยทั่วไปจะมีหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม พันธุกรรม หรือโรคประจำตัว   เท่าที่ FOOD FOR GOOD ได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณอาหารและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล พบว่าเด็กผอมมักเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่ตอบโจทย์ เช่น กินขนม-นม ก่อนกินข้าว ทำให้อิ่มและไม่กินอาหารมื้อหลัก หรืออาจจะเกิดจากการที่ครอบครัวไม่สามารถจัดอาหารที่เหมาะสมให้ได้ ประกอบกับโรงเรียนยังไม่สามารถจัดอาหารที่มีคุณภาพ และเพียงพอให้ได้
.
สำหรับเด็กที่กินน้อย ต้องค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการกิน ถ้ามักจะชอบกินขนมหรือนมก่อนอาหารมื้อหลัก ให้เปลี่ยนเป็นเมื่อเด็กหิวแล้วให้เด็กกินอาหารมื้อหลักก่อน แล้วค่อยให้ดื่มนม หรือกินขนม ถ้าเด็กกินน้อยต้องค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมให้เริ่มกินมากขึ้นทีละนิด ไม่ต้องเร่งมากนัก แต่ให้เห็นพัฒนาการ
.
ส่วนกรณีเด็กผอมเพราะขาดงบประมาณจัดสรรอาหารให้เพียงพอ อาจจะต้องอาศัยกำลังหลักจากผู้ใหญ่เข้ามาช่วยดูแลคุณภาพอาหารและพัฒนาการเด็ก ๆ ให้ได้เติบโตอย่างสมวัย  สุดท้าย หากเด็กผอมจากโรคประจำตัว จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำอาหารให้ โดยเบื้องต้น FOOD FOR GOOD จะแนะนำ ให้คุณครูสังเกตลักษณะเด็กที่อาจจะเข้าข่ายโรคต่าง ๆ เพื่อส่งให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อไป
ไม่บังคับ  สร้างความสัมพันธ์ให้อาหารเป็นเพื่อนที่ดีของเด็ก ๆ
การส่งเสริมให้กินอาหารที่ดี เหมาะสมกับวัย จำเป็นต้องสร้างด้วยพลังเชิงบวกเพื่อให้การกินอาหารเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข  นักโภชนาการที่ FOOD FOR GOOD อยากให้เด็กและอาหาร ‘เป็นมิตรที่ดี’ ต่อกัน จึงไม่สนับสนุนให้ผู้ใหญ่ใช้วิธีการบังคับหรือขู่เพื่อให้เด็กกินให้หมด เช่น ถ้ากินผักไม่หมดก็เอาถาดหลุมไปเก็บไม่ได้ หรือขู่ทำโทษด้วยวิธีการรุนแรงหากเด็กผอมกินไม่หมดถาด ซึ่งอาจทำให้เด็กมีฝันร้ายกับอาหารชนิดนั้น
.
เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความชอบแตกต่างกัน อาหารบางอย่างที่มีสารอาหารที่ดี แต่เด็กไม่ได้ชอบรสชาติหรือลักษณะต่าง ๆ ของอาหารนั้น ทำให้เด็กไม่อยากกิน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่อยู่ที่วิธีการที่ผู้ใหญ่จะสานสัมพันธ์ให้เด็ก ๆ ได้เป็นมิตรกับอาหารเหล่านั้น เช่น การสร้างกำลังใจ ถ้าเห็นเด็กกินผักได้ให้ชื่นชม แม้อาจจะเริ่มต้นกินได้แค่ 1 ชิ้นก็ค่อย ๆ เสริมแรงเพื่อให้เด็กกินได้มากขึ้นในมื้อถัดไป ไม่ต้องรีบร้อนว่าเด็กจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมภายในวันเดียว บอกประโยชน์ของการกินเพื่อสร้างแรงจูงใจเด็ก ๆ ก็ได้เช่นกัน

กินอิ่มแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายนะ
โดยปกติ วัยเด็กต้องเคลื่อนไหวร่างกาย ด้วยการเล่นในที่แจ้งหรือทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเยอะ ๆ  แต่ในกรณีเด็กที่มีน้ำหนักมาก อาจจะมีพฤติกรรมเคลื่อนไหวร่างกายน้อย จึงแนะนำให้สนับสนุนเด็กได้ออกกำลังกาย ออกไปเคลื่อนไหวเยอะ ๆ โดยเฉพาะช่วงเรียนออนไลน์ เด็กอาจจะนั่งอยู่หน้าจออย่างเดียว ครอบครัวสามารถสนับสนุนให้เด็กได้ช่วยทำงานบ้าน เพราะถือว่าเป็นการได้ขยับร่างกายแล้ว
.
ในโรงเรียนอาจจะชวนเด็ก ๆ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเยอะ ๆ เช่น ทำการเกษตร ปลูกผัก ทำความสะอาดพื้นที่ต่าง ๆ ยิ่งถ้าบวกความสนุกเข้าไปด้วย เด็ก ๆ จะได้มีความสุขกับการได้ทำกิจกรรมเหล่านั้นด้วย
อ่านเคล็ด(ไม่ลับ)อื่นๆ